2006/Feb/03

เช้าตรู่วันที่ 30 มกราคม 2549 สมาชิกจำนวนหนึ่งเตรียมพร้อมที่จะออกไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่น อีกจำนวนหนึ่งยังคงหลับอุตุในผ้านวมอุ่นสบาย ซึ่งแน่นอน .. มีฉันรวมอยู่ในจำพวกหลังด้วย

-_-

อาการเจ็บขาทวีความรุนแรง ทั้ง ทั้งที่กินยาคลายกล้ามเนื้อไปแล้วเมื่อก่อนนอน ฉันก็เลยอดไปชมพระอาทิตย์ขึ้นกับสมัครพรรคพวก .. จะว่าไป ขี้เกียจตื่นด้วยแหละ .. ที่นอนนุ่มกับผ้าห่มอุ่น อุ่น ท่ามกลางอากาศเย็นเป็นใจให้นอนแบบนี้ มันน่าตื่นขึ้นมาซะที่ไหนกันล่ะ !

:-P

กว่าจะได้ลุกจากที่นอนก็ตอนที่พี่เม่นและสมัครพรรคพวกที่ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกลับมากันแล้ว .. พี่เม่นแวะเข้ามาดูสภาพฉันที่นอนอืดขาเดี้ยงอยู่ในห้องนอน แล้วก็ไปขอยามาทาขาให้เพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวดกล้ามเนื้อ รู้สึกค่อยยังชั่วขึ้น แต่ก็ไม่หายซะทีสิน่ะ

อาหารเช้ามื้อแรกบนภูกระดึงพวกเรากินกันที่ร้านเจ๊กิมเช่นเคย .. คนที่ร้านเจ๊กิมบอกว่าปกติพ่อใหญ่แววจะไม่แนะนำใครหรอกนะ สงสัยจะคุยถูกคอกับพวกเราเลยแนะนำแล้วบอกว่าร้านจะให้ส่วนลด (จนบัดนี้ยังไม่รู้ว่าลดรึเปล่า !!!) กินอิ่มอยากจะไปเดินเล่นแต่สังขารไม่อำนวยก็เลยต้องเดินกลับบ้านพักไปพักผ่อนต่ออีกสักหน่อยเผื่อว่าจะได้เดินไปดูพระอาทิตย์ตกกับเขาบ้าง

ระหว่างร้านเจ๊กิมกลับบ้านพักพี่เม่นเจอใบเมเปิ้ลตกอยู่ที่พื้น ก็เลยเก็บมา คิดกันว่าเอาไปถ่ายรูปดีกว่า ว่าแล้วก็เอาไปวางใกล้ ใกล้ ท่อน้ำเพราะมันชุ่มชื้นมีเฟิร์น มีมอส จัดฉากเสร็จสรรพ เราก็จัดการถ่ายรูป .. ไม่ต้องเข้าป่าปิดก็มีรูปใบเมเปิ้ลที่ถ่ายเองกับมือ

:-P

ฝันที่จะได้ไปดูพระอาทิตย์ตกของฉันต้องสลาย .. พี่เม่นไม่ยอมให้ไปเพราะขาฉันยังไม่หายเจ็บ และถ้าเดินไปต้องเจ็บขึ้นอีกจนเดินกลับมาไม่ไหวแน่ แน่ .. ระยะทางไปผาหล่มสักจากบ้านพักประมาณ 9-10 กิโลเมตร รวมเดินกลับอีกเป็นเกือบ 20 กิโลเมตร .. ขนาดคนขาดี ดี ยังจะเดี้ยงได้ .. ตอนนั้นในใจได้แต่คิดว่าทำไมไม่มีรถกระบะซักคันนะ จะได้ขับพาทุกคนไปเที่ยวให้หนำใจ !!!

ไม่ได้ไปไหน แถวบ้านก็ไม่มีอะไรให้เล่นมากนัก .. กล้องก็ให้พี่เม่นไปเก็บภาพมาฝาก .. ฉันก็เลยได้แต่นอน นอน นอน จนเป็นบังอรเอาแต่นอนทั้งวัน กว่าจะลุกขึ้นมาอาบน้ำ แล้วไปหาอะไรกินกับน้องอีกคนก็ปาไปเกือบสี่โมงเย็น มี 2-3 คน เดินไปเที่ยวแถวใกล้ ใกล้ เพราะเจ็บขาไม่สามารถถ่อไปผาหล่มสักไหวเช่นกัน

น้ำแกงจืดร้อน ร้อน ช่วยชุบชีวิตฉัน (อีกแล้ว) .. คอที่แห้งผาก เจ็บแล้วเจ็บอีก เจ็บไปเจ็บมา ได้ซดน้ำซุปร้อน ร้อน เข้าไปมันก็เลยแสบจนปวดตอนที่กินน้ำเย็นตาม

-_-

ฉันกับน้องจุงไปเดินเล่นหาซื้อของที่ระลึกกันเล็กน้อย เดินเท่าที่พอจะเดินไหวแล้วก็กลับไปบ้านพัก แล้วก็นอนต่อ .. อะไรมันจะนอนเยอะขนาดนั้น .. เหมือนปีนขึ้นภูกระดึงไปนอนยังไงยังงันเลย .. คุ้มจัง !!

พวกที่ไปเดินเล่นระยะใกล้กลับมาถึงก่อนค่ำ ฉันกับจุงนั่งรออยู่ที่บ้านไม่ได้ออกไปกินข้าวกับคณะนั้นเพราะยังอิ่มจากแกงจืดถ้วยโตที่กินคนเดียว จุงก็อิ่มอืดจากก๋วยเตี๋ยวชามยักษ์ พอคณะเล็กกลับมาสักครู่ก็มีคุณกวางมาเยี่ยมเราถึงหน้าบ้าน .. จริง จริงแล้ว .. เธอมาคุ้ยขยะ

-_-

น่าสงสารคุณกวาง .. เธอคงจะเผลอกลื่นพลาสติคเข้าท้องไปบ้างแน่ แน่ เลย .. ฉันอยากจะเข้าไปเล่นกับเธอใกล้ ใกล้ .. เธอเป็นคนละตัวกับที่ฉันกับจุงเจอเมื่อตอนเย็น คุณกวางตอนเย็นมีเขา คุณกวางตอนค่ำไม่มีเขา แต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือความน่ารักของเธอทั้งสอง .. แหม เสียดายจัง เธอไม่ยอมให้เข้าใกล้เลย พี่อรัญเก็บภาพเธอไว้แต่ไม่ค่อยชัดเพราะมืดมาก จะทำอะไรมากก็กลัวเธอจะวิ่งหนีไปเสียก่อน

สามทุ่ม .. คณะไปดูพระอาทิตย์ตกเพิ่งกลับมาถึงบ้าน .. ทุกคนปวดขากันกลับมาทั้งนั้น .. ต้องยอมรับเลยว่า ทุกคนเก่งกันมากจริง จริง ทั้ง ทั้งที่เจ็บกันตั้งแต่วันแรก แต่ก็ยังเดินกันได้เป็น 20-30 กิโลเมตร ส่วนฉันสิ .. นอนตายอยู่ที่บ้านพักนั่นแหละ !!!

นั่งพักกันสักครู่ ก็ออกไปกินข้าวเย็นร้านเจ๊กิม .. ฉันก็ไปด้วยเพราะพี่เม่นเจ็บขาก็เลยช่วยพยุงไป .. ก็เพิ่งจะมีครั้งนี้นี่แหละ ที่ฉันได้มีโอกาสเป็นฝ่ายพยุงพี่เม่นบ้าง

:-P

ฉันไม่ได้กินข้าว มัวแต่นั่งดูนางบาปอย่างสนุกสนานจนไม่อยากให้จบ .. ซะงั้น .. กินเสร็จที่ร้านเจ๊กิมแนะนำยาสลายกระดูก เอ้ย .. ยาคลายกล้ามเนื้อชนิดแรง 500 มิลลิกรัม เม็ดสีเหลืองอันเบิ้ม ฉันกับพี่เม่นกินกันไปคนละเม็ด .. แหม .. ยาเขาดีจริง จริง

เช้าวันที่ 31 มกราคม 2549 พวกเราจำต้องอำลาภูกระดึงเพื่อกลับมาปฏิบัติภารกิจชีวิตกันต่อ .. ฉันไม่อยากจะนึกถึงตอนเดินลงเลยจริง จริง ว่ามันจะเมื่อยล้าขนาดไหน พับผ่าเหอะ !

จักรยาน 12 คันที่เช่าไว้สำหรับ 12 ชีวิต เพื่อจะได้ประหยัดเวลาจากบ้านพักไปหลังแป แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำให้ปวดขาน้อยลงหรือมากขึ้นกันแน่ .. ฉันกับพี่เม่นรั้งท้ายอีกเช่นเคย เพราะไม่อยากพลาดไปสะดุดก้อนหิน ดิน ทราย แล้วล้มคางกระแทกพื้นให้ต้องเจ็บตัวกันอีก .. แต่ก็มีสมาชิกหนึ่งคนที่จักรยานล้มเพราะหันไปดูเพื่อนข้างหลัง หันมาอีกทีก็หักหลบพื้นทรายหนา หนา ไม่ทัน ก็เลยเสียหลักให้แก้มแนบพื้นไปหนึ่งคน .. เพราะอย่างนี้แหละ ฉันกับพี่เม่นถึงไม่อยากให้เช่าจักรยานสักเท่าไหร่ แต่เมื่อเหล่าสมาชิกอยากขี่จักรยานกันก็โอ.เค.

เก็บภาพกับป้ายผู้พิชิตภูกระดึงกันสักพักก็เริ่มเดินทางลงจากภู .. จากหลังแปถึงซำแคร่ที่แสนสาหัสเมื่อขาขึ้น กลายเป็นเรื่องจิ๊บ จิ๊บ สำหรับฉันตอนขาลง เพราะกำลังขายังดี น่องยังไม่ต้องเกร็งมาก เดินลิ่วตัวปลิวกว่าขาขึ้นมากนัก อีกทั้งยังได้พักมาหนึ่งวันเต็ม

พวกเราแวะกินอาหารเช้ากันที่ซำแคร่ เจอคนที่นั่งเสรี่ยงขาขึ้น เขาบอกว่าลูกหาบปล่อยลงจากเสรี่ยงแค่ซำแคร่แล้วปล่อยให้ปีนขึ้นต่อเองถึงหลังแปเพราะทางชันและลำบากเกินกว่าจะหาบขึ้นไปได้ แต่ก็คอยช่วยเหลือตลอดทางแล้วให้นั่งรถเข็นต่อถึงที่พัก .. ความจริงเป็นอย่างนี้นี่เอง

-_-