2007/Jun/28

ตั้งแต่กลับมาจากภูเก็ต ... ฉันเพ้อ เพ้อ ยังไงพิกล

ทุกครั้งที่กลับมาจากการไปเที่ยวฉันมักจะต้องคิดถึงอะไรบางอย่างเหมือนกับว่ามันมีอะไรติดค้างอยู่ในใจอาการคล้ายกับคนอกหัก .. หรือไร ?

ก็แหม .. ยังไม่เคยอกหัก .. คิคิ

การเดินทางอันแสนสั้นได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อคืนวันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน 2550ด้วยสายการบิน FD3027 เวลา 21.10 น. . ใช่แล้ว ฉันไปเที่ยวด้วยแพ็คเกจของ AirAsia ซึ่งนับว่าเป็นการไปเที่ยวแบบสบายกาย สบายกระเป๋า

ก็แหม .. ราคาตั๋วเครื่องบิน พร้อมที่พัก 3 วัน 2 คืน และอาหารเช้าพักที่ กมลา บีช โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท ราคาคนละประมาณ 3,600 บาท ราคาอย่างนี้ .. ต่อให้ไปเจอพายุก็จะไป !

เช้าวันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน 2550 .. เหล่าสมาชิกที่ต้องการโต้คลื่นด้วยพุงก็อยู่โต้คลื่นกันที่หาดหน้าโรงแรมนั่นแหละทั้ง ทั้งที่ชายฝั่งปักธงสีแดงแจ๊ดดดดด .. ก็นะ .. คลื่นแรงน่าเล่นขนาดนี้ ใครจะไปอดใจไหว

แต่ฉันกับพี่เม่นอดเล่น -_-

เนื่องจากก่อนไปเที่ยวครั้งนี้ฉันเป็นไข้หวัดถ้าหากถลาแล่นไปเล่นน้ำทะเลกับพรรคพวกมีหวังได้หามส่งโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ตที่มีป้ายโฆษณาอยู่ตลอดทางแน่ แน่ .. ฉันกับพี่เม่นก็เลยขับรถที่เช่ามา (ซะคุ้ม)ทริปนี้ .. ฉันทำหน้าที่เป็นพลขับเนื่องจากไม่อยากนั่งทางโค้งไปโค้งมาให้ปวดหัว

การเดินทางเริ่มด้วยการเลาะเลียบริมหาดไปเรื่อยเปื่อยตั้งแต่หาดป่าตอง กะตะ กะรน ราไวย์ ฯลฯไปแวะชื่นชมกับเปลือกหอยลายสวยตระการตาที่พิพิธภัณฑ์หอย สนนราคาค่าชมคนละ 100 บาท .. ใกล้เที่ยงเลียบเคียงเข้าเมืองภูเก็ตเพื่อไปดูสถาปัตยกรรมแบบ ชิโน-โปรตุกีส .. แต่ก่อนจะจอดรถเดินชมเมืองภูเก็ตเลยขึ้นเขารังเพื่อชมทิวทัศน์จากมุมสูงกันก่อน ได้แวะนิ่งจิบน้ำมะนาวผสมน้ำผึ้งกันบนเขารังพร้อมกับชมทิวทัศน์สุดลูกหูลูกตามีกระรอกตัวเบิ้มไต่ต้นไม้แถวนั้นเป็นเพื่อน

พักสักครู่พวกเราก็ลงมาเดินเล่นที่ถนนถลางเดินชมบ้านเรือนสวย สวย ที่อาจทรุดโทรมไปบ้างแต่เสน่ห์ของสถาปัตยกรรมยุคเก่าก็ยังมีให้เห็น .. ฉันกับพี่เม่นถ่ายรูปเล่นกันเพลิดเพลินเจริญใจ

มื้อเที่ยงเราไปแวะหม่ำ หมี่ฮกเกี้ยน .. เส้นหมี่เหนียวนุ่มกับกุ้ง หมู และเกี๊ยวใส่หมูผสมกุ้งใส่พริกเผาเล็กน้อย ผักโรยอีกหน่อย อร่อยทีเดียว.. ฉันสั่งหมี่แห้งยำ เลยได้น้ำซุปกุ้งรสหวานมาอีกถ้วยส่วนพี่เม่นสั่งหมี่น้ำต้มยำ ท่าทางจะไม่ค่อยชอบเท่าไหร่แต่ฉันว่า .. มันก็อร่อยดีนะ

จากนั้นเราก็ขับรถวนชมเมืองภูเก็ตกันอีกกี่รอบจำไม่ได้เพราะเริ่มวนหลงมั่วไปหมด -_-

วงเวียนก็เยอะ วันเวย์ก็แยะ .. นับว่ายังดีที่คนขับคือฉัน และคนดูแผนที่คือพี่เม่นเพราะถ้าให้ฉันทำหน้าที่เป็นเนวิเกเตอร์ล่ะก็คงจะได้วนรอบวงเวียนม้าน้ำเกินสองรอบแน่ แน่ !

หลังจากวนจนเริ่มเวียนก็สามารถหาทางออกเมืองได้แล้วมุ่งหน้าสู่ Royal Phuket Marina เพื่อไปชื่นชมกับเรือยอร์ชสวย สวย (ของคนอื่น) .. ที่ Royal Phuket Marina ฉันได้เจอกับน้องหมาแสนซนแสนน่ารักหนึ่งตัวมันเป็นหมาที่ซน เอแต่ใจตัวเอง และว่องไวมากถ้าจะจับเธอมาอุ้มเล่น ต้องได้ผ่านคมเขี้ยวของเธอก่อน

-*-

เล่นกับน้องหมาสักครู่ ก็เดินเข้าไปในร้านอาหารสั่งไอศครีมกันคนละถ้วย และกาแฟคนละแก้วนั่งเล่น wi-fi อ่านข่าวสารบ้านเมือง (เผื่อมีการห้ามเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร) และที่สำคัญ .. เพื่อหาร้านอาหารสำหรับมื้อเย็นตามประสานักท่องเที่ยวไฮเทค !

ตอนเย็นขับวนไปทางหาดสุรินทร์ และหาดกมลาที่พักจากนั้นต่อไปยังป่าตอง กะตะ กะรน มุ่งหน้าสู่แหลมพรหมเทพไปชมพระอาทิตย์ที่ลับหายไปในกองก้อนเมฆและไม่เสนอหน้ามาให้เห็นอีกเลย

T-T

ก่อนจะไปหาอะไรใส่ท้องมื้อเย็นที่หาดป่าตองแวะไปเยี่ยมเยียนหาดในหานแหม .. สวย สงบ น่ามีเวลามานั่งเล่นจังแต่ตอนนั้น ไม่ทันซะแล้ว

หาดป่าตองคึกคักคราคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวซึ่งแทบจะไม่มีคนไทยให้ได้เห็นเลย .. พวกเราแวะไปดูที่จางซีลอน ห้างใหญ่ในป่าตองแล้วค่อยเดินไปแถวย่านร้านอาหารที่มีพนักงานเสิร์ฟที่พูดได้หลายภาษาที่สุดในโลก

-_-

ระหว่างทางที่พวกเราเดินไปไม่มีใครส่งภาษาไทยมาเลยบ้างภาษาอังกฤษ บ้างภาษาจีน บ้างภาษาแขกและอื่น อื่น อีกมากมายที่ฟังไม่ออก

เจี๊ยกกกก

ในที่สุดก็พยักหน้าตกลงแวะร้านซีฟู้ดกินกันจนอิ่ม ก็ยังไม่ได้ปลาหมึกย่างของโปรด . ปลอบใจกันไปว่าไม่เป็นไร .. ไว้กินมื้อหน้ายังมี .. ไม่รู้ว่าเป็นโชคชะตาฟ้าลิขิตให้ได้กินหมึกย่างแพง แพง รึเปล่า

ป่าตองยังคงคึกคักไปด้วยผู้คนมากมาย แม้จะไม่เยอะเท่ากับในช่วงเทศกาลท่องเที่ยว แต่ก็พอจะทำให้บรรยากาศแถวนั้นไม่เงียบเหงาจนเกินไปนัก .. เหมือนกับว่านักท่องเที่ยวบนเกาะภูเก็ตทุกคน ได้มารวมตัวกันอยู่ที่นี่ เพื่อกิน ดื่ม สังสรรค์เฮฮา ก่อนที่จะกลับไปพักผ่อนนอนหลับตามหาดอื่น อื่น ในที่พักอันแสนสุข .. แน่นอน รวมทั้งพวกเราด้วย

วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน 2550 .. เราออกจากที่พักค่อนข้างสาย อาหารเช้าไม่ได้กิน เพราะมัวแต่นอนอืดกันอยู่ คิดว่าจะไปหาอะไรอร่อย อร่อย กินกันข้างนอก .. ในที่สุดก็ได้กินที่ร้านปั้นหยา ที่อยู่ริมทางระหว่างหาดกมลากับหาดกะหลิม .. ที่ร้านนี้ขอแนะนำ น้ำพริกกุ้งเสียบ แสนอร่อย ที่เสิร์ฟมาพร้อมกับผักสด สด มีทั้งใบบัวบก ยอดมะม่วงหิมพานต์ ขมิ้นขาว ถั่วพลู ถั่วฝักยาว และแตงกวา .. ที่ไม่แนะนำคือ ปลาหมึกย่าง .. ไม่ใช่เพราะไม่อร่อย แต่เพราะแพงมากกกกกก สั่งมาแค่ตัวเดียวตั้ง 360 บาท !!!!

อิ่มหนำก็วนเข้าไปหลงในเมืองกันอีกรอบ .. คราวนี้ได้แวะเดินเข้าไปในโรบินสัน ห้างโอเชี่ยน และโคลิเซี่ยม ด้วยนะ ... หุหุ

ตลอดบ่ายเราตระเวนไปตามหาดต่าง ต่าง ที่ยังไม่ได้ไปเมื่อวานนี้ .. ขับเข้าไปเที่ยวในลากูน่า ตื่นตาตื่นใจกับความอลังการสวยงามของที่พักในนั้น ..... แล้วก็ขับวนออกมา T-T

หาดในยาง เป็นหาดที่อยู่ใกล้สนามบินภูเก็ตมาก พวกเราก็เลยแวะไปดู .. ที่นั่นยังคงมีต้นสนริมหาดเรียงราย คล้ายที่ปราณบุรี ... จอดรถแวะเดินดมกลิ่นปลาปักเป้าเกยตื้นกันพอเกือบสลบแล้วก็ออกเดินทางไปหาดอื่นกันต่อ .. ขับรถวนผ่านสนามบิน ผ่านไปจนเข้าเขตจังหวัดพังงา .. เพราะเข้าไปถนนที่วันเวย์ กลับตัวก็ไม่ได้ เดินต่อไปก็เลยภูเก็ต .. คงเป็นเพราะชะตาฟ้าลิขิตให้เราได้ข้ามสะพานสารสิน

-_-

ข้ามกลับมา ขับวนเข้าไปที่อ่าวปอ ลงเดินไปที่สะพานยาวเหยียด .. ที่นี่มีที่พักสวย สวย ให้ได้ชื่นชมกันอีกแล้ว ... รอถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่ 1 ติดกันสัก 5 งวดก่อนนะ แล้วจะมาพัก !!!

ตอนแรกเรากะกันว่าจะไปแวะเซ็นทรัลก่อนขึ้นเครื่องกลับ .. แต่ก็อด เพราะมัวแต่วนไปเวียนมา ชื่นชมต้นไม้ใบหญ้าข้างทางบ้าง ขับรถตามรถกระบะที่มีน้องหมาน่ารักแล้วไม่แซงบ้าง ฯลฯ .. มื้อเย็นก็เลยได้กินข้าวกระเพราเนื้อไข่ดาวริมทางแถวสนามบินเป็นการส่งท้ายบ๊าย บาย ภูเก็ต

:-P

ทริปนี้ เป็นทริปที่แทบจะไม่ได้ถ่ายรูปเลย แต่ได้ขับรถทางเขาเป็นครั้งแรกในชีวิต สนุกดีไม่น้อยทีเดียว อย่างน้อยก็ดีกว่าเป็นคนนั่งแล้วเวียนหัวเป็นไหน ไหน .. ที่แย่คือไม่ได้เล่นน้ำทะเลที่มีคลื่นแรงแซงโค้งน่าเล่นขนาดนั้น เฮ่อ คราวหน้าไปใหม่แล้วกัน .. ไปมันช่วง Low season อย่างนี้นี่แหละ ประหยัดดี .. คิคิ

ทริปต่อไป .. วางแผนกันว่าจะไป ล่องแก่งน้ำว้า แล้วต่อด้วย Full moon party ที่เกาะพะงัน จากนั้นจะไปที่ไหนอีก .. จะไว้มาบอกนะจ๊ะ

^o^

ปล. ค่าแท็กซี่จากสุวรรณภูมิกลับบ้าน รวมค่าบริการ รวมค่าทางด่วน ปาไป 400 บาท ... แพงกว่าค่าโรงแรมราคาโปรโมชั่นอีกมั้งน่ะ !!!!

ปล.2 ไปไหนมาไหนบนเกาะภูเก็ต ก็จะต้องมีป้าย หาดป่าตอง หาดกะตะ หาดกะรน แหลมพรหมเทพ บอกทางเป็นระยะ .. ถ้ากลับมาเจอป้าย ป่าตอง กะตะ กะรน ที่กรุงเทพเมืองฟ้าอมรอีกล่ะก็ .......... จะขับรถไปเดี๋ยวนี้เลย !!!!!!!!!

ดูรูป . .คลิกที่นี่ .. นะจ๊ะ

eXTReMe Tracker

Comment

Comment:

Tweet


เคยไปทานร้านปั้นหยาด้วย อาหารใช้ได้ไม่ถึงกับอร่อย วิวสวยดี แต่พนักงานที่ชื่อคุณปุ้ยพูดจาไม่สุภาพเลยค่ะ ทีหลังไม่ไปอีกแล้ว ไม่ประทับใจอย่างมาก
#5 by แหวน (58.137.102.94) At 2011-01-03 16:23,
อยากไปมั่งจัง...รูปงามมากๆครับ big smile
#4 by Viwat (112.143.25.151) At 2009-09-02 11:59,
หุหุหุ

ผมอยู่มา 2 ปี

ตอนนี้เข้าเมืองก้อยังหลงอยู่เรยครับ sad smile sad smile
#3 by คมไผ่ (118.173.87.190) At 2009-08-05 08:45,
เข้ามาอ่านจ้า น่าอิจฉานะ ได้ไปเที่ยวไกลๆ อยากไปบ้างจังน้อ...

ตามเข้าไปดูรูปแล้ว สวยมากๆจ้า
#2 by ภูเก็ต (118.173.0.53) At 2008-06-04 12:52,
ในฐานะเจ้าบ้าน ก็ ดีใจที่แวะมาค่ะ
เจอวงเวียนงงไปเลยช่ายมั้ยคะ

ว่างๆมาเที่ยวอีกนะคะ
#1 by เจ้าน้ำตาล At 2007-07-16 00:12,

PeAcH_a_Ja
View full profile